Mental Matters Network

Mental Matters Network เป็นคอมมิวนิตีที่ชวนมาเชื่อมโยงกันผ่านเรื่องราวของชีวิตจิตใจที่ SOULSMITH จัดขึ้นมาเพื่อสร้างพื้นที่ในการเชื่อมโยงและซัปพอร์ตเรื่องราวทางใจ พร้อมทั้งชวนใคร่ครวญเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต ชวนให้มองเห็นทั้ง ความงาม ความยากลำบาก รอยขรุขระ ความหวัง ฯลฯ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งเวิร์กช็อป, ทอล์ก, การแสดง และวงสนทนา เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยจัดไปแล้วทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกันในเดือนกุมภาพันธ์, เมษายน, มิถุนายน และสิงหาคม 2568 ภายใต้หัวข้อและธีมงานที่หลากหลาย

Mental Matters Network ครั้งแรกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ‘ตัวตนที่ถูกตีตรา’ ที่ชวนให้ผู้เข้าร่วมที่เคยมีประสบการณ์การถูกตีตราหรือแปะป้ายจากทั้งตัวเองและผู้อื่น มาร่วมกันทำความเข้าใจ ‘การถูกตีตรา’ ให้มากยิ่งขึ้น โดยงานครั้งนี้เราได้จับมือกับทาง Eyedropperfill ร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่ในการเชื่อมโยงขึ้นมา
ภายในงานเราให้ผู้เข้าร่วมได้ลองสวมบทบาทสมมติให้เห็นว่าการถูกตีตรา และการตีตราผู้อื่นอาจเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจ โดยได้เรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปที่มีชื่อว่า ‘Understanding and Reducing Stigma: เข้าใจและลดการตีตรา’ และต่อมาด้วยเวิร์กช็อปที่ 2 กับ ‘Opening the Mind ’ ที่ชวนผู้เข้าร่วมมาฝึกฝนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ปราศจากการตัดสินให้กับตัวเอง ผ่านการเคลื่อนไหว งานศิลปะ และการเขียน
และยังมีกิจกรรมสุดพิเศษอย่าง Circle ‘See the Unseen’ พื้นที่ปลอดป้าย กิจกรรมที่สร้างพื้นที่สนทนาเล็ก ๆ ให้ผู้เข้าร่วมมาร่วมสนทนากันในเรื่องราวของการ ‘แปะป้ายประทับให้กับตัวเอง’ ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดว่า ป้ายที่แปะให้ตัวเองนั้นคืออะไร เราอยากเป็นแบบนั้นหรือไม่ ความรู้สึกของการถูกแปะป้าย และถ้าหากเราอยู่ใน ‘พื้นที่ที่ปลอดป้ายประทับ’ เหล่านั้น ตัวเราอยากจะเป็นใครหรือเป็นแบบไหน โดยมีผู้นำกระบวนการคือคุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว, คุณปพิชญา กรรณเลขา นักละครบำบัด และคุณธนวินท์ มีลาภอุดมชัย นักจิตวิทยาคลินิก จาก SOULSMITH โดยก่อนหน้ามีการพูดคุยกับคุณวรรจนภูมิ ลายสุวรรณชัย ผู้ก่อตั้ง Eyedropperfill และผู้ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการ See, the Unseen เห็นกาย สัมผัสใจ นิทรรศการที่ว่าด้วยการตีตรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Design Week อีกด้วย พร้อมกับปิดท้ายไปด้วยกิจกรรม What’s In That Song กับคุณพิชญา ดังศิริแสงทอง นักดนตรีบำบัดจาก SOULSMITH ที่ให้ผู้เข้าร่วมมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านเสียงเพลง ถือเป็นกิจกรรมปิดท้ายที่ทำให้ค่ำคืนค่อย ๆ ปิดจบลงไปด้วยความรู้สึกปลอดภัย และปลอบประโยนความรู้สึกเหล่าผู้เข้าชมงานให้ผ่านเรื่องราวการถูกตีตราไปได้เป็นอย่างดี
และในครั้งที่ 2 เรากลับมาพร้อมกับหัวข้อ ‘At the Crossroads ตัดสินใจอย่างไร... เมื่อชีวิตเดินมาถึงทางแยก’ โดยในครั้งนี้เราได้พาผู้เข้าร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของการตัดสินใจ เพราะชีวิตของเราในทุกช่วงวัยนั้นมักจะมีึเรื่องราวหรือเส้นทางให้เราต้องตัดสินใจเลือกอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ในหลาย ๆ ครั้งเราอาจเกิดความรู้สึกสับสนในตัวเองได้ เราเริ่มออกเดินทางไปด้วยกันกับ 2 เวิร์กช็อปอย่าง ‘From Expectation to Choice… Yours or Theirs’ เวิร์กช็อปที่ตั้งคำถามกับ ‘ความคาดหวัง’ ที่เราแบกเอาไว้ว่าท้ายที่สุดแล้วมันตรงกับความต้องการของเรามากน้อยเพียงใด และ ‘Unlock Your Core’ เวิร์กช็อปที่ชวนทุกคนมาให้ความสำคัญกับ ‘คุณค่าที่เรายึดถือ’ เพราะในบางครั้งเรายึดถือกับกรอบความเชื่อบางอย่าง จนทำให้หลงลืมไปว่าอะไรกันแน่ที่สำคัญกับชีวิตของเรามากที่สุด และปิดจบการเดินทางอย่างอบอุ่นไปกับกิจกรรมสุดท้ายอย่าง Talk&Jam ที่ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันสนทนาถึงเรื่องราวในชีวิต เราได้ตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนคำตอบซึ่งกันและกัน ในบรรยากาศอันแสนอบอุ่นเคล้ากับเสียงเพลงที่สะท้อนให้เห็นเรื่องราวและเส้นทางเดินที่ผ่านมาในชีวิต
ในเดือนมิถุนายนเรากลับมาอีกครั้งกับหัวข้อ ‘Love and the Unknown เพราะความรักเป็นเรื่องซับซ้อนและเต็มไปด้วยความไม่รู้’ เราได้เริ่มกิจกรรมกับ 2 เวิร์กช็อปเช่นเดิมกับเวิร์กช็อปแรกอย่าง ‘Depolarizing within Ourselves สลายขั้วในตัวเรา’ เวิร์กช็อปที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสมองเห็นความขัดแย้งในความสัมพันธ์ของตัวเอง และร่วมกันตระหนักรู้ ยอมรับในตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ไปต่อกันที่เวิร์กช็อปที่ 2 อย่าง ‘Explore Express Expectation’ ที่ผู้เข้าร่วมได้ไปสำรวจความคาดหวัง ความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของตัวเอง ทำให้ได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเองเมื่ออยู่ในความสัมพันธ์ได้มากขึ้น และสุดท้ายยังคงปิดจบอย่างอบอุ่นด้วยกิจกรรม Talk&Jam ที่ชวนผู้เข้าร่วมเข้าวงสนทนาและพูดคุยกันกับเรื่องราวของ "What do you (not) know about love?... เราไม่รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับความรัก" ซึ่งผู้เข้าร่วมได้ตั้งคำถาม แบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวความสัมพันธ์ในชีวิตด้วยหัวใจที่อบอุ่น และอยู่ภายใต้การรับฟังอย่างไม่ตัดสิน ก่อนจะปิดจบวันไปด้วยเสียงเพลงที่สะท้อนความรู้สึกดี ๆ ของผู้เข้าร่วมได้อย่างอบอุ่น
ก่อนเราจะปิดจบอิเวนต์ Mental Matters Network ในปีนี้ไปกับหัวข้อ ‘All things Uncertain’ ที่พูดถึงเรื่องราวความไม่แน่นอนของชีวิตที่มันคอยกัดกินพลังใจของผู้คน ในหัวข้อนี้เราได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่แน่นอนอย่างมั่นคงพร้อมกับมีวิธีดูแลใจตัวเองให้แข็งแรงมากขึ้น ไปกับ 2 เวิร์กช็อปและ 1 คอมมิวนิตีที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ โดยเวิร์กช็อปแรกอย่าง ‘Empowering Self in Tough Time’ เวิร์กช็อปที่พาผู้เข้าร่วมย้อนกลับไปสัมผัสกับประสบการณ์ยาก ๆ ในชีวิตที่ได้เคยผ่านมาแล้ว เพื่อเสริมสร้าง self-awareness และ self-empowerment ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ต่อมาเราได้พาผู้เข้าร่วมไปสำรวจความกังวลที่เกิดขึ้นจากความไม่แน่นอน พร้อมทั้งมอบเครื่องมือจากแนวคิดจิตวิทยาที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถจัดการกับใจตัวเองเมื่อเกิดความไ่แน่นอนในชีวิตได้ และปิดจบกิจกรรมด้วยกิจกรรม Talk&Jam เช่นเคย วงสนทนาที่ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องของ วิธีการยืดหยัดอยู่อย่างมั่นคงในชีวิตที่ไม่มีความแน่นอน ก่อนจะปิดจบกิจกรรมและอิเวนต์ Mental Matters Network ครั้งสุดท้ายไปด้วยเสียงเพลงอันอบอุ่นและแน่นอนว่ามันคงเป็นเสียงเพลงของความคิดถึงด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ท้ายที่สุด Mental Matters Network จะต้องจบลง แต่พื้นที่ของการเชื่อมโยงและซัปพอร์ตจิตใจก็จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะพื้นที่นี้สามารถสร้างได้ด้วยตัวของคุณเอง



